-Insite-


Behide you have me Inside Me have you...

'ถ้าข้างกายเธอไม่ใช่เขา แต่เป็นฉันก็คงดีสินะ'

'เราอยู่ด้วยกันทุกวัน เจอหน้ากันทุกวัน ทำงานด้วยกันทุกวัน อยู่ข้างกันเสมอ แต่ทำไมนะ
ถึงรู้สึกเหมือนว่าเรามี ม่านบางๆกั้นกันและกันไว้เสมอ'

นิ้วมือคลี่หนังสือเปลี่ยนหน้าๆไปเรื่อยๆ หูก็เสียบเข้ากับหูฟัง
วันนี้เป็นวันหยุดหนึ่งวันหลังจากการทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน
เสียงเปียโน ที่ดังขึ้นไม่กี่ตัวโน๊ตแล้วเงียบหาย ก่อนจะบรรเลงรวบจนจบท่อน
วันนี้ ชางมินกับเซียออกไปซื้อของข้างนอก ยูโนนั่งเล่นเครี่องเพลย์สเตชั่น อย่างเมามันส์
แจจุงลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปทางครัว
ร่างเพรียวจัดแจงทำอาหารอยู่สักพักก็ส่งกินโชยออกมาจากทางครัว
"แจจุงหอมจัง นายทำสปาเก็ตตี้หรอ" ยูโนวางมือจากเครื่องเพลย์ลุกขึ้นมาหยิบจานส่งให้แจจุงเมื่อเห็นว่าใกล้จะเสร็จแล้ว
"มิกกี้ มากินด้วยกันสิ ฉันทำเผื่อนายด้วยนะ" แจจุงรีบเรียก ทันทีที่เห็นมิกกี้เดินออกมาจากห้องทำงาน มิกกี้ยิ้มน้อยๆก่อนเดินมารับจานจากร่างเพรียวในชุดผ้ากันเปื้อน
"อร่อยจัง" มิกกี้ก้มหน้าก้มตากิน เหมือนจะกินหมูได้ทั้งตัว
หลังจากที่กินกันจนอิ่มหมีพีมันกันแล้ว
"ยูโน นายล้างจานด้วยละ ฉันทำให้กินแล้ว"
"อ้าว... ทำไมต้องเป็นฉันด้วยละ"
"ก็ฉันจะให้นายทำมีอะไรไม๊ หรือว่านายมีปัญหากับฉันหายูโน"
"เอ่อ ฉันทำก็ได้ อะไรก็เป็นฉัน เป็นฉัน ไม่ใช่ทาสนะเฟ่ย..." เสียงบ่น ปนแน่บแนมดังมาเป็นระยะๆ
"ฉันช่วยนายเอง" มิกกี้ ถกแขนเสื้อขึ้นเตรียมจะช่วยยูโนล้างจาน
"มิกกี้ นายแต่งเพลงอยู่ไม่ใช่หรอ ไม่ไปแต่งต่อให้เสร็จละ" แจจุงค้านขึ้นเมื่อเห็น มิกกี้ทำท่าจะเข้าไปช่วย
ร่างโปร่งมองซ้ายที ขวาที แต่แล้วก็ต้องเดินออกไปเมื่อร่างเพรียวเดินเข้ามาดันหลังให้ออกจากห้องครัวไปทางห้องทำงาน ก่อนจะเหลียวหลังกลับไปมองภาพ คนนึงกำลังก้มหน้าก้มล้างจานอีกคนนึงก็รับจานมาเช็คก่อนที่จะคว่ำเก็บ
'ไม่มีที่แทรกได้เลย ไม่มีที่ให้เขายืนข้างๆได้เลย'

"กลับมาแล้วคร๊าบบบบ......" 2 หนุ่มกลับมาด้วยสภาพดูเนือยๆเล็กน้อย สองแขนเต็มไปด้วยถุงเสื้อผ้า
"วันนี้สนุกมากเลย" มือบางวางถุงของไว้หน้าโซฟาก่อนจะเดินเข้าไปเทน้ำใส่แก้ว ยกขึ้นดื่ม
"ยูชอน.. ยูชอน.." เสียงใสเรียกเจ้าของเสียงเปียโนที่ดังอยู่ ก่อนเจ้าของชื่อจะเดินออกมา
ร่างเล็ก รีบหยิบเสื้อที่เค้าซื้อมาวันนี้
"ฉันเห็นแล้วคิดว่านายต้องชอบมากแน่ๆมาฝากละ เป็นไงนายชอบไม๊" ไม่ทันที่มิกกี้จะได้ตอบกลับไป เซียก็หมุนตัวมิกกี้ให้หันหลังมา แล้ววางเสื้อทาบไปบนแผ่นหลัง
"พอดีเลย" ก่อนจะคว้ามือเรียวให้มารับไป
"ของแจจุงก็มีนะ" เซียหยิบถุงใบนึงส่งให้ร่างเพรียว
"อ๊ะอันนี้ของยูโน อ๊า เกือบลืมแน่ะ ฉันซื้อหมวกมาให้ยูชอนอีกใบล่ะ เข้ากะเสื้อตัวที่ฉันซื้อมาให้พอดีเลย" ร่างเล็กจัดแจงสวมหมวกใบที่ซื้อมาใหม่ให้มิกกี้
ดวงตาเรียวเงยมองภาพตรงหน้า
'เป็นฉันไม่ได้สินะ ฉันเป็นเขาไม่ได้เลย. . .'

"นี่แจจุงร้องเพลงนี้ให้ฉันฟังหน่อยสิ" มิกกี้เอาเพลงที่แต่งมาให้แจจุงร้อง
"นายช่วยสูงกว่านี้หน่อยได้ไม๊" ร่างเพรียวพยายามร้องอยู่หลายครั้ง
เปลี่ยนคีย์เสียงไปเรื่อยๆแต่ก็ไม่สามารถร้องออกมาได้ตรงตามทำนอง
"ฉันคงร้องเพลงนี้ไม่ได้ มิกกี้ มันคงไม่เหมาะกับฉันหรอกมั๊ง" แจจุงส่งเนื้อร้องที่มิกกี้ยื่นให้เขาคืนไป
"ฉันก็แค่อยากให้นายเป็นคนร้องเพลงนี้ก็เท่านั้น" มิกกี้เงยหน้าขึ้นสบตาคนตรงหน้า คล้ายกับตอนนี้เวลาจะหยุดเดิน
"นี่ ทำอะไรกันหรอ" และเวลาก็เริ่มเดินอีกครั้งเมื่อเซียเข้ามา
"ฉันแต่งเพลงมาใหม่น่ะ อยากให้แจจุงร้อง แต่ว่าแจจุงร้องไม่ได้" มิกกี้หันไปตอบ
"งั้นฉันลองร้องบ้างได้ไม๊" เซียทำหน้าแสดงความสนใจอย่างมาก
"เอาสิ" มิกกี้ส่งเนื้อเพลงให้แก่เซีย เสียงเปียโนบรรเลงขึ้นอีกครั้ง
ตามด้วยเสียงร้องกังวานใสจากคนตรงหน้า
เสียงร้องเพลงที่เขาอยากจะร้อง เพลงที่มิกกี้ ยูชอนเป็นคนเขียน
เพลงที่เขาเขียน เพลงที่ต้องการให้ คิม แจจุงเป็นคนร้อง
ท่วงทำนอง และ เสียงร้องที่ยังคงตราตรีงอยู่ในห้วงความคิด
ดูเหมือนว่ามันยากที่จะลบเลือนไปเสียแล้ว

"แจจุง วันนี้นายเป็นอะไรไปน่ะ ทำไมถึงดูไม่ค่อยตั้งใจเลย นายพลาดหลายรอบมาก
แล้วพรุ่งนี้ก็เป็นวันแสดงจริงแล้ว นายคงไม่อยากให้วันจริงเกิดการผิดพลาดหรอกนะ"
เสียงยูโนตวาดดังมาจากห้องซ้อมเต้น ก่อนเจ้าของเสียงจะเดินออกจากห้องไปเพื่อปล่อยให้
เจ้าของความผิดทบทวน การกระทำเล็กๆน้อยๆ ก่อนจะกลับมาซ้อมอีกครั้ง
วันนี้อะไรหลายๆอย่างดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นใจให้ แจจุงเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อเย็นวาน
มิกกี้ก็เช่นเดียวกัน ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไรทั้งสองคนจึงดูเหมือนเงียบลงไปจากเมื่อวาน

มิกกี้ ตื่นขึ้นมากลางดึก มองไปรอบๆก็เห็นว่าทุกคนหลับกันหมดแล้ว
มีเพียงเจ้าของเตียงนั้นที่หายไป ร่างโปร่งลุกขึ้นออกไปด้านนอกก็เห็น
ว่าคนที่เขามองหาอยู่นั้นมานั่งเหม่อมองออกไปดูนครยามค่ำคืนด้านนอก
มิกกี้นั่งลงข้างๆ แจจุงหันกลับมามองคนที่เข้ามานั่งข้างกาย
"อย่าคิดมากสิ แจจุง พักผ่อนให้เต็มที่ แล้วพรุ่งนี้เราก็ค่อยเริ่มทำกันใหม่" มิกกี้เอื้อมมือมากุมมือแจจุง เรียกรอยยิ้มน้อยๆขึ้นมาบนใบหน้าใส
"ขอยืมไหล่หน่อยสิมิกกี้" แจจุงเอนศรีษะมาซบบนไหล่มิกกี้
'เป็นของฉันแค่คืนนี้แล้วพรุ่งนี้ฉันก็จะเป็นเหมือนเดิม' แจจุงพร่ำบอกกับตัวเอง
'ขอฉันเป็นเขาแค่วันนี้เท่านั้น แล้วพรุ่งนี้ฉันจะกลับไปยืนที่ตำแหน่งของฉันตามเดิม' มิกกี้ได้แต่พร่ำบอกตัวเองเช่นกัน

วันแสดงจริงมาถึง ทุกคนต่างตื่นเต้น ความกลัวที่ประดังเข้ามาเหมือนกับเม็ดฝาห่าใหญ่ที่สาดเข้ามา ความผิดพลาดจะไม่เกิดขึ้นในวันนี้ ทุกคนล้วนภาวนา จนกระทั่งงานได้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี MC สุดท้ายก่อนจะร่ำลา มือบางที่ดูสั่นเท่า มิกกี้เอื้อมไปกุมมือแจจุง
แจจุงเงยหน้าขึ้นยิ้ม มิกกี้โบกมือลาแฟนเพลงทุกคนที่มาให้กำลังใจ และงานก็จบลง

"สงสัยจะเหนื่อยมากนะ" ชางมินเอ่ยเมื่อขึ้นมานั่งบนรถก็เห็นมิกกี้กับแจจุงนั่งอิงกันหลับไป
"ดูสิหลับสบายเชียวนะ" เซียหันไปยิ้มน้อยๆมองคนสองคน
"มาแอบหลับกันอยู่นี่เอง" ยูโนปรับที่นั่งให้นอนเล็กน้อยเพื่อให้สบายขึ้น
"เอาล่ะ กลับบ้านกันสักทีนะหนุ่มๆ วันนี้ขอบคุณมากที่ทำให้งานนี้ผ่านพ้นได้ไปด้วยดี" ผู้จัดการกล่าวขึ้นก่อนจะเคลื่อนรถออกช้าๆ

'ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนคนนั้นแต่ก็แค่ให้เธอรู้ว่า เบื้องหลังของเธอจะมีฉัน ข้างกายของฉันจะมีเธอ แค่นั้นก็พอ'

eNd...

มิกกี้ ปาคเกอร์ ชายหนุ่มจากตระกูลชนชั้นสูง ต้นตระกูลทำงานรับใช้กษัตริย์อย่างใกล้ชิด ชายทุกคนที่เกิดมาในตระกูลปาคเกอร์ล้วนก็เป็นนักรักตัวยง หญิงใดชายใดเพียงแค่เดินเยี่ยงกายเข้าใกล้เป็นอันต้องหลงสิเหน่หาไปทุกราย

สนามโปโลม้า เต็มไปด้วยบุคคลสูงศักดิ์ นั่งภายในเต้นท์ขาว มีโต๊ะจิบน้ำชาชมการแข่งขัน ร่างสูงลุกขึ้นจากที่นั่งชั้นดีริมสนามซึ่งสามารถเห็นการแข่งขันได้ชัดเจนนัก เดินตรงไปยังคอกม้าใกล้สนามแข่งจูงอาชาสีขาวปรอทออกมาสวมบังเหียนก่อนจะกระโดดขึ้นควบให้ห่างไกลจากเสียงผู้คนเซ็งแซ่รอบข้าง ในทุกๆเดือนจะมีกานแข่งขันโปโล 2 สัปดาห์ครั้ง และทุกๆครั้งชายหนุ่มจะหลบออกมา ชายซึ่งเบื่อการปั้นหน้าสวมรอยยิ้มเป็นมิตรตลอดเวลา
ร่างสูงลงจากหลังม้าก่อนจะตบบั้นท้ายเบาๆ ให้ม้าคู่ใจเดินไปเล็มยอดหญ้าอ่อนได้เต็มที่หลังจากนั้นก็เอนกายพิงลำต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา สายลมพัดเอื่อยๆ ดวงตาเรียวหลับลงอย่างเหนื่ออ่อน เพลินกับบรรยากาศรอบกายแล้วพลันก็ต้องตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงอาชาของเค้านั้นร้องเสียงดังอย่างไม่พอใจ มิกกี้ยันกายขึ้นยืนก็เห็น ม้าของเค้ากำลังยกเท้าคู่หน้าจะทำร้ายร่างบางที่นั่งกองกับพื้นด้วยสีหน้าหวาดกลัว มิกกี้รีบวิ่งเข้าไปดึงสายคล้องคอชักให้พ้นร่างเล็กก่อนที่จะได้รับอันตราย หลังจากปลอบม้าให้สงบลง ก็รีบวิ่งมาดูร่างเล็กที่ยังคงนิ่งงัน

"เลดี้ บาดเจ็บตรงไหนบ้างไหมครับ" มิกกี้รีบถามคนในอ้อมกอดอย่างเป็นห่วง

"อ๊ะ เอ่อ ไม่เป็นไรครับ ผมเพียงแค่อยากจะลูบคอมันก็เท่านั้นเอง" ใบหน้าหวานหันมามองเจ้าของอ้อมกอด

มิกกี้พิจารณาคนในวงแขน ร่างเล็ก ผมดำประบ่า ดวงตาใส ขนตาเรียงเป็นแพร ริมฝีปากอมชมพูอิ่ม เป็นคนที่ดูดีทีเดียวเลย

'แต่เอ๊ะ เมื่อกี้เค้าแทนตัวเองว่าอะไรนะ'

เช่นเดียวกันกับร่างบาง วงแขนที่โอบรอบกายดูมั่นคง อกกำยำ ดวงตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ดูคมคร้ามสมเป็นชาย

'แต่เอ๊ะ เมื่อกี้เค้าเรียกเราว่าอะไรนะ'

เมื่อสถานะการณ์ผ่านพ้นไป คนทั้งสองสบตากันเนิ่นนาน ก่อนจะรีบลุกผละออกจากอ้อมกอดของกันและกัน

"ผมเป็นชายนะคับไม่ใช่เลดี้" หลังจากยืนตั้งสติอยู่ชั่วครู่ร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงปนโทสะเล็กน้อยใส่คนตรงหน้า "อ่อ แล้วก็ ขอบคุณมากนะคับที่ช่วยผมไว้" ก่อนจะสะบัดหน้าเดินตรงควบอาชาสีดำห่างพ้นสายตาออกไป

มิกกี้ได้แต่ส่ายหน้ามอง ร่างบางบนหลังม้าจนลับตา
'คนอะไร. . . . ถ้าสุภาพให้เข้ากับหน้าหน่อยก็คงจะดี'

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

"เป็นไงบ้างจ๊ะลูกรัก วันนี้สนุกมากไม๊" นายหญิงประจำบ้านคิมลี่ ออกมาต้อนรับลูกชาย หลังจากเคี่ยวเข็นให้เข้างานสังคมอยู่เป็นนาน ร่างบางตรงหน้าเบะปากเล็กน้อย

"สนุกก็สนุกอยู่หรอกนะครับ แต่มีคนทำอารมณ์เสียนี่สิอีกเรื่องนึง" ร่างเล็กส่งอุปกรณ์ขี่ม้าส่งให้สาวใช้ ก่อนจะโอบเอวมารดาให้นั่งลงที่โซฟาทั้งยังออดอ้อนเสียทีนึง

"มีอะไรจะอ้อนคูณแม่คนนี้หรอจะคุณชายฮีโร่" หญิงสาวมองร่างเล็กอย่างรู้ทัน

"งานจิบน้ำชาตอนบ่ายผมไม่ไปได้รึป่าวครับ ผมคิดว่าตัวเองยังคงปรับตัวไม่ได้" ศรีษะหนุนตักมารดาสุดที่รัก พร้อมทั้งทำเสียงอ่อยๆให้ดูน่าสงสารยิ่งขึ้น

"เราก็เป็นเสียอย่างนี้ อะไรก็ยอมแพ้ไม่เสียหมด เฮ้ออ.. ถ้าใครมาได้ยินเข้าคงคิดว่าคุณชายบ้านนี้ไม่มีน้ำยาเสียกระมัง" หญิงวัยกลางคนป้อนเนื้อแอปเปิ้ลให้ร่างเล็ก ทันทีที่ได้ยินมารคาพูดเช่นนั้น ดวงตากลมก็ออกเขม่นเล็กน้อย

"ผมไปอาบน้ำดีกว่าเหนียวตัวไปหมดแล้ว" หญิงสาวยิ้มเมื่อเห็นลูกชายหยุดอ้อน หนีขึ้นชั้นบนไป ไม่ต้องพูดให้มากความพรุ่งนี้ร่างบางก็ต้องตอบตกลงตามนิสัยด้วยแน่นอน

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ร่างสูงผลัดลุกผลัดนั่งอย่างเบื่อหน่ายในห้องหนังสือ หนังสืออ่านคั่นเวลาเล่มแล้วเล่มเล่าผ่านตาโดยไม่ซึมเข้าหัวสักนิดเดียว

"คุณหนูครับ คุณหญิงท่านเชิญให้ลงไปรับแขกด้านล่างครับ" มือเรียวโยนหนังสือเล่มสุดท้ายลงบนกองหนังสือสูง กองจะลุกเดินออกไปด้วยสีหน้าหน่ายๆ สุภาพสตรีแต่งกายด้วยชุดออกงานกลางวัน ไม่ว่าเค้าจะเดินผ่านไปทางไหนก็มีแต่สุภาพสตรีเดินเข้ามาทักพร้อมทั้งส่งยิ้มพริมใจ

'เบื่อชะมัดให้ตายสิ อยากจะหนีไปให้พ้นๆ'

เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ ก็พบกับร่างบางที่สนามแข่งโปโลเข้า ขาเรียวก้าวเดินเข้าไปหาโดยปริยาย จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าร่างบาง ทันทีที่เห็นคนตรงหน้าใบหน้านวลก็เบะปาก ทำตาถมึงทึงใส่ แล้วส่งถ้วยชาให้กับบริกรที่เดินผ่านมาพอดี ครั้นจะเดินหนีก็ถูกร่างสูงดึงเข้าไปหาตัว

'เป็นครั้งแรกที่มีคนทำอย่างนี้กับเค้า' ร่างสูงคิดในใจ

"เอ๊ะ คุณดึงผมไว้ทำไมนะ" ดวงตาใสมองอย่างไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่นัก
มือเรียวยกมือบางขึ้นจุมพิตเบาๆที่ริมฝีปาก เป็นการทักทายที่ใช้สำหรับสุภาพสตรี ดวงหน้าหวานแดงขึ้นฉับพลัน ร่างสูงมองคนตรงหน้าอย่างสะใจก่อนจะเดินแยกออกไปอีกทาง
มิกกี้เดินเลี่ยงจากงานเลี้ยงน้ำชา พอนึกถึงหน้าของร่างบางแล้วก็สนุกขึ้นมา ทันทีที่หยุดเดินก็โดนกระแทกเข้าทางด้านหลัง เมื่อหันกลับไปก็เห็นร่างบางในงานเดินตามเค้ามานั่นเอง

"นี่ คุณจะนึกจะหยุดก็หยุดรึไง"

"แล้วคุณตามผมมาทำไม" ร่างสูงมองร่างเล็กที่ทำท่าทางกร้าวๆใส่

"ให้ตายเถอะ ผมบอกคุณแล้วใช่ไม๊ว่าผมไม่ใช่เลดี้ ทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วย คุณทำให้ผมอายนะรู้ไม๊" ร่างบางขยับก้าวเข้ามาใกล้เค้าอีกก้าวนึง

"เพราะอย่างนั้นคุณเลยตามผมมาเพื่อให้ผมทำมากกว่านั้นในที่ลับตาคนงั้นสิ" ริมฝีบางยิ้มอย่างได้ใจ มองสีหน้าของร่างบางที่แดงขึ้นเรื่อยๆ

"น่ะ... นายๆ ฮึ่มเจ้าบ้า เจ้าคนไม่มีมารยาท" ร่างเล็กตรงเข้าผลักร่างสูง มิกกี้ได้แต่หัวเราะและสนุกกลับการมองคนที่ทุบตีเค้าอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งคนตรงหน้าเหนื่อยหอบก็ยกมือบางขึ้นมาจรดริมฝีปากเบาๆอีกครั้ง

"กระผมชื่อ มิกกี้.. มิกกี้ ปาคเกอร์ ครับเลดี้ จะได้เรียกชื่อผมสักทีไม่ใช่ นายๆ" ริมฝีปากยิ้มขึ้นอย่างมีชัยมองตรงหน้าที่ใบหน้าเปลี่ยนสีไปมา เดี๋ยวเขียว เดี๋ยวแดง ฮีโร่รีบสะบัดมือให้หลุดจากการกอบกุมของร่างสูง

"นี่คุณ... ว่าแต่คนอื่นเค้าไม่มีมารยาทผมแนะนำตัวแล้ว แล้วคุณล่ะ" มิกกี้ตะโกนไปยังร่างบางที่เดินก้าวฉับๆกลับเข้างาน เมื่อได้ยินดังนั้นฮีโร่ก็หับกล้บมา

"ฉันชื่อ ฮีโร่... ฮีโร่ คิมลี่ ตาบ้า"

'คอยดูเถอะ มิกกี้ ปาคเกอร์ เราจะต้องได้เห็นดีกันแน่ๆ'


to be CoN.....


เอาเรื่องใหม่มาลง

และก็ขอสารภาพด้วยค่ะว่า TT^^TT ใจจริงเค้าจะแต่งมัน แจมิก ล่ะทุกคน

เห็น แบ็คกราวน์มะคะ คือว่า มันให้มากๆเลยละคะ

แต่แต่งๆไป เริ่มรับไม่ได้ (แต่ใจชอบมากมาย) มะไหว มิกกี้ชั้นจะเป็นรับหรอนี่

ไม่ไหวๆ - - มิกแจนั่นแหละดีแล้ว

และก็เป็นมิกแจจริงๆ 55555+++

ขออภัยด้วยที่แต่งออกมาแล้วแจจุงของอิดั้นดู อ้อนแอ้น อรชร ความจริงอยากจะให้สมชายมากกว่านี้ แต่ งี๊ดดดด งี๊ดดดด. . . ขออภัยด้วยก๊า

Love story for christmas' Hope you happy.....


ร่างสูงที่นั่งทอดขายาวในสวนสาธารณะ มองดูท้องฟ้าที่เริ่มโปรยปรายด้วยหิมะ

อาการเริ่มเย็นขึ้น บรรยากาศรอบกลายที่ดูสวยงามแต่แสนจะจืดชืด มองไปทางนั้นก็เริ่มเปลี่ยนกลายไปสีขาว คริตส์มาสไม่ต่างอะไรกับวันหายนะของคนโสด...
สายตาคมมองผ่านปรอยหิมะตรงไปยังร่างบาง ที่นั่งบนเก้าอี้เยื้องไป 3 ตัว ทุกวันเราจะมาพบกันที่นี้ เขาจะมานั่งและมองตรงไปด้านตรงข้ามกับผมเสมอ แต่สายตาของผมยังคงจ้องและเฝ้ามองที่เค้าเสมอเช่นกัน....

"พี่ครับ พี่ครับ" เด็กน้อยตากลมในชุดซานต้าคอสสีแดง เดินมาจับที่หน้าขา แล้วดีงมือผมไปรับลูกอม 3 เม็ด


" เมอร์รี่คริตส์มาส ครับ" เค้ายิ้มให้ผมตาหยีก่อนจะเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับเด็กๆอีกหลายคน ผมมองดูลูกอมในมือก่อนจะเก็บมันเข้าในเสื้อโค๊ทและเมื่อมองไปยังร่างบางอีกครั้ง เขาก็ลุกหายไปจากเก้าอี้เสียแล้ว

"เฮ้ออ....." ผมถอนหายใจออก เมื่อไหร่นะที่ผมจะมีความกล้าเดินเข้าไปหาเค้าแล้วพูดคำว่าสวัสดี มือเรียวล้วงลูกอมที่อยู่ในกระเป๋า แกะออกช้าๆ 'ขอสิ ท่านจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ในเวลา 24 ชม.' ศรีษะที่ส่ายเล็กน้อย ก่อนจะหยิบลูกอมเข้าปากไป รสชาติหวานๆที่คล้ายกับความสุขช่างไม่เข้ากับตัวผมเลยสักนิด แล้วผมตัดสินใจเดินออกจาก

ที่แห่งนี้บ้าง อากาศก็เริ่มเย็นขึ้น ผมเดินทอดน่องไปตามทางเดินที่รายล้อมไปด้วย คู่รักหรือไม่ก็ครอบครัวที่เดินออกมาฉลองในเทศกาลคริตส์มาส เวลาผ่านไปได้สักพักผมก็ได้พบกับคนคนนั้น

เค้าเดินอยู่อีกฝากของถนน สวนกันกับทางที่ผมก้าวเดินอยู่นี้ เมื่อไหร่กันที่ เวลาของเค้ากับผมจะได้มาบรรจบที่ทางสายเดียวกัน เหมือนผู้คนมากมายที่ยืนรายล้อมผมอยู่ตอนนี้ ขายาวๆของผมค่อยเดินตามเค้าไปอีกฝากนึงของถนนสายนี้ ร่างบางยังคงเดินไปอย่าเหม่อลอยเสียจนไม่เห็นคนที่วิ่งมาด้วยความเร็ว เรียวขาที่ยังก้าวย่างไปเรื่อยๆดวงตาที่มองตรงไปข้างหน้าไม่สนใจสิ่งรอบตัว มันกำลังจะเข้ามาชนเค้าแล้ว ผลักคนตรงหน้าล้มลงแล้ววิ่งตรงไปทางเค้า

ไม่ทันแล้ววว.....

พอจะตะโกนเรียกชื่อเค้า ก็พลันสะอึก ผมไม่รู้จักชื่อเค้าคนนั้น


ไม่ทันแน่ๆ พระเจ้าช่วย หยุดสิ หยุ๊ดดดดดดด เพียงแค่เสี้ยววินาที ทุกอย่างหยุดลง ผมกระโจนเข้ารวบให้ร่างตรงหน้าล้มลงหลบรถที่วิ่งผ่านไปแค่เสี้ยววินาทีเช่นกัน.... หรือว่าความปรารถณาจะเป็นจริงเค้าอยู่ในอ้อมกอดของผมแล้ว ผมวิ่งข้ามทางขนานแล้วใช่ไม๊ผมค่อยๆลุกขึ้นมองเค้า สายตาทุกคู่มองตรงมาที่เราด้วยความตกใจ

ผมได้ช่วยคนตรงหน้าไว้อย่างปลอดภัย


"อ๊ะ. . . ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยผมไว้" มือเรียวเข้าประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้นพลางเข้าช่วยปัดหิมะที่เกาะอยู่เต็มตัว


"ไม่เป็นไรครับ คุณไม่เป็นไรก็ดีแล้ว" ผมยังคงง่วนอยู่กับการสำรวจรอบๆว่าตัวเค้าเป็นอะไรมากรึป่าวมีบาดแผลตรงไหนไม๊


"ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ทันระวัง ผมต้องไปแล้ว" ร่างบางก้มหัวขอบคุณคนตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะรีบวิ่งข้ามถนนแล้วหายไปอีกครั้ง

สุดท้ายแล้วผมก็ยังคงไม่รู้จักชื่อเค้าอยู่ดี. . .


ผมกลับมาที่ห้องทิ้งตัวลงบนเตียง นอนลงมองไปนอกหน้าต่าง หิมะโปรยปรายหนักขึ้นพลางหลับตานึกถึงคนในอ้อมแขน แม้เพียงชั่วครู่ก็รู้สึกมีความสุข เหมือนกับเส้นทางขนานของเราใกล้ขึ้นมาอีกนิด. . . เพียงแค่หลับตานึกใจของผมก็เต้นระส่ำไม่เป็นอันจะทำอะไร ผมลุกขึ้นหยิบโค๊ทตัวเดิมเข้ามาสวมแล้ววิ่งไปกลับยังสวนสาธารณะอีกครั้ง ขาเรียวก้าวย่ำลงบนหิมะ


'นั่นเค้า. . .'ที่เก้าอี้ตัวเดิม บนตัวมีหิมะเกาะอยู่เล็กน้อย ผมนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม มองไม่ทางเดิม ความรู้สึกที่เข้ามาประดังทำให้ผมรู้สึกเหมือนว่าเส้นขนานก็ยังคงเป็นเส้นขนานอยู่วันยังค่ำ. . .

ผมล้วงมือเข้าไปในเสื้อโค๊ทเพื่อที่จะให้ร่างกายอุ่นขึ้น 'ลูกอม' ผมหยิบขึ้นมาแกะห่อพลางคิดในใจว่าจะขออะไรดี. . . ถ้าขอให้ได้รักกับเค้ามันก็คงจะดีนะ เอ๊ะ หรือว่าผมจะขอให้ผมได้อยู่เคียงข้างเค้าดี อืม. . . ยิ่งคิดใจมันก็

พลันจะเต้นตึกตักๆ

"ขอให้ผมได้เป็นคนรักของเค้าด้วยเถอะ" ผมภาวนาในใจแล้วก็ ความหอมหวานมันช่างอบอวลนักรสชาติของความสุข ผมหลับตาลงลิ้มรสชาตินี้ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นมอง. . . ร่างบางตรงหน้าค่อยยืนขึ้นและเดินตรงมาทางผม ผมยืนขึ้นลุกเดินไปทางเค้าเช่นกัน เมื่อผมได้สบตากับเค้าครั้งแรก ร่างบางก็โผวิ่งเข้ามาในอ้อมกอด


"นี่ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไม๊ คุณกลับมาหาผมแล้วใช่ไม๊ ถ้าหากว่ามันจะเป็นเพียงฝันล่ะก็ขอแค่คืนนี้เท่านั้น ขอบคุณที่กลับมา" ศรีษะเล็กเข้าซุกที่หน้าอกรับเหมือนจะรับไออุ่นจากร่างกายของผมให้เต็มที่ที่จะทำได้


นี่คือสิ่งที่ผมขอไม่ใช่หรอ "ตอนนี้ผมเป็นคนรักของเค้า" แต่คนรักของเค้าไม่ใช่ผม. . .เวลาเหมือนจะเดินไปเร็วนัก เวลาที่ผมกับเค้าจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเหลือไม่ถึง ชั่วโมงด้วยซ้ำ ผมหลับตากุมมือเค้าในสวนสาธารณะ นั่งอิงแอบกันในใจเรียกร้องให้

เวลาหยุดเดินด้วยซ้ำ. . . วันนี้ผมได้ใกล้ชิดเค้า ได้เห็นทั้งน้ำตาและรอยยิ้มที่เค้ามอบให้. . . ให้กับคนรักของเค้า คนรักที่ไม่ใช่ผม. . . ผมอยากจะยืดเวลานี้ให้นานออกไปอีกเนิ่นนานเท่าที่จะทำได้ แต่ว่าเวลาก็เหลือน้อยลงทุกที่. . . เข็มนาฬิกาที่หมุนวนมาที่ตัวเลขเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหลือเพียงนาทีสุดท้าย . . .


"ผมรักคุณนะ" มือที่กอบกุมกันไว้แน่นขึ้น เหมือนจะยึดเหนี่ยวกันและกันให้นานที่สุด. . .

"ผมก็. .รั.. " ติ๊ง ๆ ติ๊งๆ เสียงนาฬิกาดังขึ้นเหมือนกับว่าจะปลุกให้เราตื่นจากภวังค์. . . ผมลืมตาขึ้นมองไปยังต่ำแหน่งเดิม ไออุ่นจากมือบางยังคงไม่หายไปไหน ผมยังรู้สึกได้เช่นนั้น น้ำตาค่อยๆไหลริณจากดวงตา. . . และมันก็จะเลือนหาย เช่นเดียวกับ ไออุ่นจากเธอ. . .


ผมยังคงกลับมาที่เดิม เพียงแต่ว่าในตอนนี้ไม่มีร่างบางที่เคยเห็นจนชินตานั่งอยู่ ตัวผมยังคงเฝ้ารอ. . . รู้ทั้งรู้ว่า เค้าจะไม่กลับมาอีกแล้ว

เส้นทางขนานก็ยังคงขนานต่อไป ไม่มีทางที่จะมาบรรจบกัน. . .มือเรียวล้วงลงในโค๊ทยาวเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นอีกครั้ง. . . 'ลูกอม'

ผมเงยหน้าขึ้นท้องฟ้า หัวเราะให้กับตัวเองอีกครั้ง. . .มือค่อยแบออก ดวงตาเรียวจ้องมองลูกอมในมือ


"ก็แค่ความสุขชั่วคราวละนะ. . ." พลางล้วงมันกลับเข้ากระเป๋าโค๊ทตามเดิม. . .ผมมองกลับไปที่ต่ำแหน่งเดิม ก่อนจะพูดเสียงแผ่วเบากับตัวเอง


" ชั้นก็แค่อยากเจอเค้าอีกครั้งก็เท่านั้น. . ." ผมตัดใจลุกแล้วเดินกลับไปบนเส้นทางเดิมๆของตัวเองอีกครั้ง. . . จะไม่หันกลับมามอง จะไม่กลับไปอีกแล้ว

"อ๊ะ โทษครับ" กระดาษปลิวหลุดจากอ้อมแขนร่างเล็กที่หอบมาเต็มสองแขน มือเรียว

ก้มลงรวบเอกสารช่วยร่างเล็กที่เดินเข้ามาชน


"นี่ครับ. . " เมื่อผมสบตากับคนตรงหน้าก็เหมือนกับเวลาจะหยุดนิ่งอีกครั้ง. . . คนตรงหน้ารับเอกสารแล้วส่งยิ้มขอบคุณมาให้ มือเรียวลูบที่กระเป๋าเสื้อโค๊ท ลูกอมหายไปแล้ว. . .


ก่อนที่เค้าจะเดินจากไปอีกครั้ง "เอ๊ะ คุณรึป่าวครับที่ช่วยผมวันนั้น"


"อ๊ะ ครับๆ"


"วันนั้นผมยังไม่ได้ขอบคุณๆเลยสักครั้ง มีธุระที่ต้องรีบไปเสียก่อน ถ้าคุณไม่รังเกียจให้ผมเลี้ยงกาแฟสักแก้วเป็นการขอบคุณดีไม๊ครับ"


"อ๊ะ ครับๆ"


"ผมมิกกี้ ยูชอน ยินดีที่ได้รู้จัก"


"ผม ฮีโร่ จะเรียกว่าแจจุงก็ได้. . . .. . . ."


ถ้าหากว่าผมมีเวทมนต์ ผมจะเสกให้เค้ามารักผม

แต่ถ้าหากเป็นจริงล่ะก็ ผมจะเสกให้ผมกับเค้าได้มาพบกัน

และวันนั้นผมจะทำให้เค้ารัก ด้วยสองมือของผมเอง...